SAP BUSINESS ONE


ระบบ SAP Business One เป็นระบบที่ SAP ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้เป็นระบบ Enterprise Business Solution เต็มรูปแบบที่เน้นความง่ายในการใช้งานและดูแลรักษาระบบ เพื่อให้เป็นระบบที่ใช้จัดการครอบคลุมทุกส่วนงานที่สำคัญขององค์กรตั้งแต่ระบบบัญชีและการเงิน ระบบการขาย ระบบซื้อ ระบบบริหารสินค้าคงคลัง ระบบบริการลูกค้าหลังการขาย ระบบผลิต (Light Manufacturing) รายงานเพื่อการบริหาร เพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญ ทันเวลาต่อการตัดสินใจเพื่อนำทางธุรกิจให้เติบโตไปตามที่ตั้งใจ โดยอยู่ในงบประมาณที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถลงทุนได้และคุ้มค่าการลงทุน


SAP ได้พัฒนา SAP BusinessOne ให้มีความโดดเด่นโดยใช้เทคโนโลยีของ SAP เห็นได้จากลักษณะการค้นข้อมูลแบบ Drill Down, การเรียกดูสถิติที่สำคัญ, การกำหนดเตือนข้อมูลที่สำคัญ (Alert), การกำหนดการอนุมัติในระบบโดยไม่ต้องใช้เอกสาร (Online approval system) หรือแม้แต่หน้าจอการทำงานที่สามารถปรับฟิลด์และเพิ่มลดฟิลด์ได้ตามต้องการ (User interface customization) และการสร้างฟิลด์หรือตามเพิ่ม (User-defined field and table) และรวมทั้งหน้าจอการทำงานของผู้ใช้ตามภาษาที่ต้องการโดยสามารถเปลี่ยนได้กว่า 25 ภาษาทั่วโลก (รวมทั้งภาษาไทยด้วย)

Drill Down การเรียกดูข้อมูลรายละเอียดข้อมูลได้ครบวงจร

ระบบ SAP BusinessOne จะเห็นลูกศรหัวสีเหลืองในข้อมูลหลักและเอกสารที่สำคัญเพื่อสามารถสืบค้นข้อมูลจากต้นทางถึงปลายทางอย่างครบวงจร เช่นตามหน้าจอเป็นตัวอย่างการใช้ Drill Downในหน้าจอการทำงาน Sales Order สามารถกด Drill Down เพื่อดูรายละเอียดลูกค้าได้ตลอดเวลา


การเรียกดูสถิติที่สำคัญ

ในระบบ SAP BusinessOne สามารถดูสถิติที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น การเรียกดูสถิติยอดขายของลูกค้าและรายละเอียดยอดขายแต่ละใบเป็นต้น


การกำหนดเตือนข้อมูลที่สำคัญ (Alert Management)

ระบบ SAP BusinessOne มีการเรียกเตือนข้อมูลที่สำคัญตามที่กำหนด และส่งข้อความไปที่ผู้ใช้ตามที่กำหนด โดยสามารถเตือนใน SAP B1 หรือโดยอีเมล์ Microsoft Outlook

การอนุมัติในระบบ SAP BusinessOne) Online Approval System)

เพื่อรอบรับการอนุมัติแบบ paperless โดยสามารถกำหนดเอกสารใดที่ต้องการเข้าในระบบอนุมัติออนไลน์ สามารถเขียนเงื่อนไขตามต้องการ เช่นถ้าเกิน 1 ล้านจะส่งไปที่ท่านใดอนุมัติ ตํ่ากว่า 1 ล้านส่งไปให้ท่านใดอนุมัติ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการอนุมัติว่ามีกี่ขั้นใครเป็นคนอนุมัติบ้างเป็นต้น

หน้าจอการทำงานที่สามารถปรับฟิลด์และเพิ่มลดฟิลด์ได้ตามต้องการ (User interface customization)

เพื่อให้เกิดความสะดวกและง่ายต่อผู้ใช้ ระบบ SAP BusinesOne สามารถปรับเพิ่มลดฟิลด์ตามความการทำงานและความจำเป็น โดยกำหนดให้แสดงเฉพาะฟิลด์ที่ใช้งาน และสามารถกำหนดว่าสามารถเรียกดูได้อย่างเดียวหรือสามารถแก้ไขข้อมูลได้ด้วย

การสร้างฟิลด์เพิ่ม (User-defined field and table)

ระบบ SAP BusinessOne สามารถสร้างฟิลด์หรือตารางเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับข้อมูลที่สำคัญของแต่ละองค์กร การสร้างฟิลด์เพิ่มสามารถสร้างเป็น Numeric, Alphanumeric, ยอดรวม Total, หรือแม้แต่เป็นรูปภาพ และลิงค์ข้อมูลเพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ ทำให้ผู้ใช้ทำงานง่ายขึ้นและยังเก็บเป็นองค์ความรู้ขององค์กรอีกด้วย


มีหน้าจอภาษาไทย ญี่ปุ่น จีน อังกฤษ เกาหลีและภาษาอื่นๆ

บริษัทได้พัฒนาหน้าตาการทำงานของ SAP B1 สำหรับผู้ใช้ที่คุ้นเคยภาษาไทย ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเลือกภาษาของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ญี่ปุ่น จีน อังกฤษ เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส กว่า 25 ภาษา

1.    ระบบบัญชีและการเงิน

ระบบบัญชีและการเงินประกอบไปด้วย

·      การกำหนดผังบัญชี และรหัส แผนก หน่วยงาน โปรเจ็ค (Segmentation และ Dimension) เพื่อใช้ในการลงบัญชีและจัดทำงบการเงิน รายงาน แยกตามแผนก หน่วยงานต่างๆ สามารถสรุปรายระเอียดบัญชีได้ 5 ลำดับ

·      การบันทึกบัญชี โดยมีหน้าจอ Journal Entry เพื่อผ่านบัญชีเข้าระบบทันทีเมื่อกดบันทึกหรือ หน้าจอ Journal Voucher เพื่อสามารถบันทึกแต่ยังไม่ผ่านบัญชี สามารถตรวจแก้ไขก่อนค่อยผ่านรายการบัญชีก็ได้

·      มีระบบ Profit/Cost Accounting เพื่อบันทึกรายได้ ค่าใช้จ่ายตามแผนก หรือหลักวิเคราะห์อื่นๆนอกเหนือนรหัสบัญชี บันทึกอัตราแลกเปลี่ยนตามสกุลเงินประจำวัน และสามารถบันทึกบัญชีสามารถบันทึกในเงินบาท (LC) สกุลเงินต่างประเทศ (FC) และสกุลของระบบ (SC) เป็นสกุลเงินที่สาม โดยระบบจะบันทึกอัตราแลกเปลี่ยนในทุกรายการ มีระบบ Exchange Rate Revaluation เพื่อดูกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในทุกรายการของ ลูกหนี้เจ้าหนี้และทุกรายการในงบดุลและงบกำไรขาดทุน

·      ระบบสามารถทำการบันทึกภาษีซื้อ ภาษีขาย ในทุกอัตรา แยกตามสาขา รวมทั้งออกรายงานภาษีตามประกาศกรมสรรพากร

·      สามารถบันทึกรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายในหน้าการตั้งหนี้ผู้ขายหรือหน้าบันทึกบัญชี (Journal Entry) ออกรายการหักภาษีณที่จ่าย ภพ 3,53 และเอกสารแนบได้

·      ทำ Recurring Transaction สำหรับรายการบัญชีที่เกิดขึ้นประจำๆ โดยกำหนดวันที่เกิดรายการ ระยะที่เกิด ทุกสัปดาห์ เดือน ไตรมาส เป็นต้น และจะมีการเตือนชุดบัญชีนั้นตามกำหนด

·      สามารถทำ Reverse Transaction สำหรับรายการค้างรับ ค้างจ่ายเพื่อปิดงบและล้างออกในงวดใหม่โดยอัตโนมัติได้

·      มีระบบงบประมาณ สามารถกำหนดงบประมาณจากรหัสบัญชีและ segmentation(รหัสย่อย) หรือกำหนดจาก รหัสแผนก ที่เป็น Dimension ของ Cost Center ได้ ระบบจะแสดงยอดเกิดจริงเปรียบเทียบกับงบประมาณ ผลต่างและเปอร์เซ็นต์ให้

·      งวดการเงิน สามารถกำหนดได้ล่วงหน้าไม่จำกัด สามารถบันทึกย้อนหลังหรือล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องบังคับปิดเดือนก่อน

·      ระบบรับเงินและจ่ายเงิน สามารถรับเงินและจ่ายเงินจากลูกค้าหรือเจ้าหนี้ จ่ายจากบัญชี หรือบุคคลอื่น การรับเงินและจ่ายเงินเลือกได้ว่าเป็นประเภทเงินสด เช็ค เงินโอน เครดิตการ์ด ซึ่งผสมกันได้ และตรวจสอบยอดรับ เงินกับยอดหนี้ ก่อนการบันทึกได้ สามารถบันทึกเงินรับเกินและขาด (รับบางส่วนได้) และพิมพ์ใบเสร็จรับเงินออกจากระบบ

·      ระบบเช็ค จะมีทะเบียนเช็คเพื่อเรียกดูประวัติเช็ค และมีระบบนำฝากเพื่อเดินรายการเช็คเป็นบัญชีกระแสรายวัน ทำการกลับรายการเช็คคืนได้

·      ระบบบัตรเครดิต มีทะเบียนบัตรเครดิต เพื่อดูประวัติและกระทบยอดกับธนาคารรวมทั้งบันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่ายในยอดค่าธรรมเนียมได้

·      สามารถตรวจสอบยอดบัญชี คงค้างของลูกหนี้/เจ้าหนี้ได้ตลอดเวลา Real Time

·      สามารถทำ Bank Reconcile กระทบยอดกับสมุดบัญชี

·       ระบบมีงบทดลอง งบดุล งบกำไรขาดทุน งบแยกตามหน่วยงาน แผนกและโครงการ สามารถพิมพ์รายวัน รายเดือน รายไตรมาส รายปี และย้อนหลังได้ตามกำหนด และยังสามารถสร้างรูปแบบงบของตนเองได้

2.    ระบบขาย (Sales Opportunity –Sales-A/R)

ส่วนการขายจะประกอบด้วย 4 ระบบย่อยได้แก่ Sales Opportunity, Business Partner, Contact Management, Sales-A/R สามารถรองรับการขบวนการขายตั้งแต่การติดต่อผู้มุ่งหวัง จนเป็นลูกค้า รับใบสั่งซื้อ ตัดของ ตั้งหนี้ ออกใบส่งของและใบกำกับภาษี รวมทั้งรายงานการวิเคราะห์การขายแง่มุมต่างๆทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี

ระบบ Sales Opportunity and pipeline Management

ระบบ Sales Opportunity เป็นระบบดูแลผู้มุ่งหวัง (Leads /Prospect) เพื่อเก็บรายละเอียดผู้มุ่งหวัง รายละเอียดโปรเจ็คหรือ bid โดยมี Stage เพื่อเก็บสถานการณ์ที่ติดต่อผู้มุ่งหวังตามขั้นตอนที่กำหนดเป็น Milestone โดยสามารถเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง ความคืบหน้า กิจกรรมต่างๆ คู่แข่งและpartner ที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายระบุสถานะ Win หรือ Loss สามารถพิมพ์รายงานเกี่ยวกับผู้มุ่งหวังและความคืบหน้าในแต่ละเดือน รวมทั้ง รายงานโปรเจ็คชนะหรือแพ้ เป็นต้น


ระบบ Contact Management

เพื่อเก็บข้อมูลผู้ติดต่อทั้งหมดของลูกค้าแต่ละราย (Business Partner)

ระบบ Sales-A/R

เป็นระบบการขายหลัก ใช้ต่อเนื่องจากระบบ Opportunity Management เมื่อผู้มุ่งหวังตกลงซื้อสินค้าและบริการ ขั้นตอนการขายเรี่มจากการเปิดใบเสนอราคา (Quotation) ใบสั่งขาย (Sales Order) ใบส่งของ (Delivery) และการตั้งหนี้ (AR Invoice) อนึ่งบางกิจการอาจไม่ระบบ SAP BusinessOne สามารถรองรับกรณีการขายสินค้าและกรณีการขายบริการ การคำนวณภาษีขายหลายอัตรา และการหักภาษีณที่จ่ายสำหรับงานบริการ หากต้องมีการปรับปรังก็สามารถออกใบคืนของ (Good Return) หรือใบลดหนี้ (Credit Note) ทั้งการลดจำนวนและลดเฉพาะหนี้ก็ได้


จุดเด่นของ SAP B1 คือความสามารถในการสร้างเอกสารขั้นต่อไปจากเอกสารเดิมหลายๆใบ หรือบางส่วนของหลายๆใบก็ได้ และสามารถ Drill Down กลับไปหาข้อมูลหลักและเอกสารที่สำคัญได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นระบบขายยังมีความพิเศษตรงที่สามารถทำขั้นอตนออกใบกำกับภาษี (AR Reserved Invoice) ก่อนการตัดของเพื่อช่วยไม่ให้ต้องทำการตัดสต๊อคติดลบได้ (ทั้งนี้สำหรับประเทศไทย พึงระวังว่าใบสั่งของและใบกำกับภาษีต้องเป็นวันเดียวกันคือวันที่ของออกจากโรงงาน)

สามารถการกำหนดราคาตามลูกค้าและโปรโมชั่น สามารถกำหนดได้ที่ Pricelist ในระบบสินค้าคงคลัง

One time customer เป็นระบบสำหรับบันทึกการขายและรับชำระลูกหนี้รายย่อยในขั้นตอนเดียวกันใช้สำหรับการขายที่ไม่ต้องการเก็บรายละเอียดลูกหนี้ได้

ระบบขายยังสามารถออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ตามช่วงเวลาเช่นออกใบแจ้งหนี้สำหรับค่าเช่าทุกวันที่ 5ของเดือนเป็นต้น (Recurring Invoice)

นอกจากนั้นระหว่างการดำเนินการขาย สามารถเช็ค Available to promise เพื่อดูยอดจองและรายละเอียดออเดอร์ ใบสั่งผลิตและใบสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องในสินค้านั้นได้ตลอดเวลา

10

รายงานการวิเคราะห์การขายหลัก (Sales Analysis Report) ได้แก่รายงานเอกสารคงค้างต่างๆและรายงานการวิเคราะห์การขายที่สามารถวิเคราะห์ได้ 3 มุมคือ วิเคราะห์ในมุมมองลูกค้า มุมมองสินค้า มุมมองวิเคราะห์ขายตามพนักงานขาย และยังสร้างรายงานขายเพิ่มเติมอีกได้โดยง่าย นอกจากนั้นสามารถวิเคราะห์ Gross Profit ในใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ และ Invoice ของสินค้าแต่ละรายการในเอกสารแต่ละใบเพื่อดูกำไรเบื้องต้นก่อนได้

ระบบขายยังสามารถเชื่อมข้อมูลกับระบบ Microsoft outlook เพื่อสามารถ update ข้อมูลลูกค้า เช่นยอดขาย หนี้คงค้าง ใบสั่งซื้อของลูกค้า เพื่อออกไปพบลูกค้า หรือเพื่อออกงาน แล้วยังสามารถ update ตารางการนัดหมายของพนักงานขาย และการเตือนการนัดหมายผ่าน Microsoft outlook ได้

สำหรับการดูแลลูกหนี้ ระบบรายงานการวิเคราะห์อายุลูกหนี้ (AR Aging Report) โดยสามารถระบุช่วงเวลาวิเคราะห์เอง รายละเอียดในรายงานไม่เฉพาะลูกหนี้แต่ละราย แต่มีรายละเอียดสำหรับหนี้คงค้างทุกใบ อีกทั้งสามารถเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อดูหนี้แต่ละใบเป็นสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องการ และมีเครื่องมือ Dunning เพื่อกรองหนี้ที่ค้างชำระตามช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อออกใบทวงหนี้ตามลำดับการเรียกเก็บ

ระบบยังมีแผนภาพ Relationship MAP แสดงการเชื่อมโยงของเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นเป็นใบเสนอราคาใบไหน เป็น Sale order เบอร์ใด ไปเป็น Deliver เบอร์ใด และเป็น Invoice เบอร์ใด โดยสามารถกดดับเบิ้ลคลิกเพื่อดูรายละเอียดของแต่ละใบได้ทันที

11

3.    ระบบซื้อ Purchase Management

ระบบจัดการจัดซื้อเริ่มที่การสร้างข้อมูลเจ้าหนี้ที่ระบบ Business Partner และรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดของเจ้าหนี้แต่ละราย (Contact Management)

เอกสารที่เกี่ยวกับระบบซื้อเริ่มที่ใบขอซื้อ หรือขอเปรียบเทียบราคาของผู้ขายแต่ละราย (Purchase Quotation) ระบบสามารถช่วยสร้างใบขอราคาเพื่อให้ใส่ราคาผู้ขายแต่ละเจ้าที่ส่งราคามา ในรายงาน Quotation Comparison จะเปรียบเทียบเพื่อแสดงว่าเจ้าใดราคาตํ่าสุด โดยเสนอเป็นบรรทัดสีแดง

หลังจากที่อนุมัติใบขอซื้อหรือใบขอเปรียบเทียบราคาแล้ว สามารถนำข้อมูลมาบันทึกเป็นใบสั่งซื้อ (Purchase Order) โดยสามารถรวบรวมจากใบขอซื้อหลายๆใบได้ ในใบขอซื้อสามารถเรียกดูรายงานการวิเคราะห์การสั่งซื้อในอดีตที่ผ่านมาได้จากหน้าจอได้ทันที รวมทั้งเช็คยอดใบสั่งซื้อคงค้าง การวิเคราะห์เจ้าหนี้ การเช็คยอดคงเหลือสินค้าและเช็ค Available to Promise เพื่อดูรายละเอียดว่ามีใบสั่งซื้อ ออเดอร์ลูกค้าหรือใบสั่งผลิตใดที่จองสินค้าอยู่บ้าง (Available to Promise)

การกำหนดราคาตาม Vender สามารถกำหนดได้ที่ Pricelist ในระบบสินค้าคงคลัง

12

ขั้นตอนต่อมาคือการรับของ (Good Received) เพื่อให้ทางคลังสินค้าทำการรับสินค้าซึ่งอยู่ที่การตกลงเรื่องการรับคุณภาพวัตถุดิบว่าจะให้รับเมื่อ QC ผ่านก่อนหรือรับก่อนและเช็ค QC ทีหลัง ในขั้นตอนการรับของสามารถเช็คยอดคงค้าง PO สินค้าคงเหลือ และรายละเอียดสินค้าได้

สุดท้ายคือการตั้งหนี้ที่หน้าจอ AP Invoice ส่วนใหญ่คือฝ่ายบัญชี โดยต้องระบุเลขที่ใบกำกับภาษีของผู้ขายในช่องที่กำหนดเพื่อออกรายงานภาษีซื้อ และจัดการเรื่องการออกหนังสือรับรองการหักณที่จ่าย รวมทั้ง ภพ 3 และ 53

สำหรับบางกรณี ระบบ SAP B1 สามารถบันทึกการตั้งหนี้ก่อนการรับของได้ในหน้าจอ AR Reserved Invoice (ทั้งนี้การบันทึกบัญชีต้องเป็นไปตามกฎของกรมสรรพากรเรื่องวันที่การนำเข้าสินค้า)

นอกจากนั้น ระบบซื้อยังสามารถตั้งการรับ Invoice ล่วงหน้าตามวันที่ในแต่ละเดือนที่กำหนด (Recurring Invoice) หากมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องการนำเข้าซึ่งควรเอาค่าใช้จ่ายโอนเข้าต้นทุนสินค้าและหรือต้นทุนขาย (หากสินค้าได้ขายไปแล้ว) ที่หน้าจอ Landed cost และทำการบันทึกเพิ่มเรื่องค่าใช้จ่ายนำเข้ากับเงินเบิกล่วงหน้าและการออกหนังสือรับรองหักณที่จ่ายสำหรับทุก Vender ที่เกี่ยวข้องที่ Journal Entry

รายงานมาตรฐานของระบบจัดซื้อได้แก่รายงานแสดงยอดคงค้างของเอกสารซื้อต่างๆเพื่อติดตามสถานะ (open item list) รายงานการวิเคราะห์การซื้อ ตามมุมมองวิเคราะห์ผู้ขาย วิเคราะห์สินค้า และวิเคราะห์ตามแผนกที่จัดซื้อหรือตาม Buyer โดยสามารถเลือกตามช่วงเวลา รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี โดยสามารถเรียกข้อมูลย้อนหลังตามที่ต้องการ

ระบบยังมีการแสดง Relation map ในเอกสารที่เกี่ยวข้องกันตามตัวอย่างข้างล่าง เช่นการตั้งหนี้มาจากการรับของเบอร์ใด PO เบอร์ใดและเป็น Purchase quotation เบอร์ใดบ้าง

4.    ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory Management)

ระบบสินค้าคงคลังเริ่มต้นที่ข้อมูลหลักของสินค้า และวัตถุดิบแต่ละตัว (Item master) ระบบสามารถรองรับการตีมูลค่าสินค้าแบบถัวเฉลี่ย ต้นทุนมาตรฐานและ FIFO

สามารถกำหนดตัวเลือกสินค้า และเปอร์เซ็นต์การทดแทน ( Alternative Item ) และกำหนดรหัสสินค้าตามลูกค้าหรือผู้ขายได้ (Partner Catalog number)

สามารถกำหนดการจัดการสินค้าเข้าและออกเป็นแบบ Batch หรือ Serial number Management สามารถเรียกดู รายงาน traceability เพื่อเรียกดู Batch หรือ Serial ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนั้นๆ หรือสินค้านั้น

สามารถกำหนดพื้นที่ใน คลังสินค้า ตาม เป็นหน่วยย่อยตาม Bin Locations สามารถเรียกดู รายงาน ว่าสินค้าแต่ละตัว เก็บอยู่ที่ Bin Locations ใด สามารถกำหนดว่าจะจำกัดด้วยปริมาณหรือนํ้าหนัก


สามารถกำหนดหน่วยสินค้าหลากหลาย และสามารถแปลงหน่วยจากหน่วยใหญ่มาเป็นหน่วยเล็ก หรือ หน่วยเล็กมาเป็นหน่วยใหญ่ได้

ส่วนการทำรายการสินค้า สามารถทำรายการรับสินค้า (Good Receive) จ่ายสินค้า (Good issue) โอนย้ายคลัง (Transfer) โดยหากมีรายการที่เกิดขึ้นประจำๆ สามารถกำหนดความถี่ของเอกสารที่สร้างได้เช่นตามวันที่ของเดือนเป็นต้น

ระบบสินค้าคงคลังยังรวมถึงการสร้างใบตรวจนับสินค้า การบันทึกยอดต่างของการตรวจนับสินค้าประจำปี และยังมีการตรวจนับแบบ Cycle Count ด้วย 14

การสร้างตารางราคา ตาม pricelist ที่ต้องการหรือกำหนดตารางราคาตามลูกค้าหรือผู้ขายที่ต้องการ และมีการสร้างช่วงเวลาโปรโมชั่น และการกำหนด Volume Discount ด้วย

นอกจากนั้นยังมีระบบ Pick and Pack การเตรียมจัดสินค้าในคลังเพื่อตัดสินค้า

รายงานสินค้าที่มีในระบบได้แก่ รายงานสินค้าและตารางราคา, รายงานยอดคงเหลือในภาพรวม แยกตามคลังสินค้าและ Location, รายงานแสดงการรับจ่ายสินค้า (สต็อคการ์ด), รายงานแสดง Batch Management และ Serial Management ตามเลขที่เอกสารที่เกี่ยวข้องหรือตามสินค้าที่เกี่ยวข้อง, รายงาน Stock Revaluation เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างวิธีตีมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ต่างกันเพื่อดูผลกระทบต้นทุนเป็นต้น

5.    ระบบบริการหลังการขาย (Service Management)

ระบบบริการหลังการขาย (Service Management) เหมาะกับธุรกิจที่มีการบริการหลังการขายโดยเฉพาะสินค้าที่มีการสร้าง Serial number ได้ เช่นเครื่องจักร มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น

SAP BusinessOne มีพารามิเตอร์ให้สร้าง Equipment Card เพื่อเก็บรายละเอียดแต่ละ Serial number ที่ลูกค้าซื้อไป และผูกกับ Service Contract เพื่อเก็บ ระยะเวลารับประกัน วันหมดอายุ และระบุการแจ้งเตือนวันหมดอายุได้ ระบุลักษณะการรับประกัน หรือสามารถสร้าง Equipment card เองก็ได้

หน้าจอ Service Contract เป็นหน้าจอระบุช่วงเวลารับประกันและลักษณะการรับประกันเช่นรับประกันชิ้นส่วนและค่าแรง เวลาทำงาน เป็นต้น

หน้าจอ Solution Knowledge Base เป็นการเก็บองค์ความรู้ของบริษัท เช่นถ้าลูกค้าเกิดปัญหาลักษณะนี้ควรแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างไร

หน้าจอ Service call ทำหน้าที่คล้ายเป็นหน้าจอของ Call Center ระบบจะช่วยหาลูกค้า serial number และดึงรายละเอียดประวัติจาก Equipment card ขึ้นมาว่าอยู่ในประกันหรือไม่ ลูกค้าที่ซื้อเป็นใคร เมื่อตรวจสอบตรงกันแล้ว สามารถระบุอาการที่เสีย ซึ่งหากมี Solution Knowledge base สามารถเรียกรายละเอียดการแก้ปัญหามาตอบเบื้องต้นก่อนได้ ถ้าต้องส่งซ่อมก็สามารถระบุช่างเทคนิค เพื่อเปิดใบสั่งซ่อมและรอคิดซ่อมได้ ในช่างเทคนิคคนนั้นจะมีการแจ้งเตือนเพื่อทราบว่ามีงานมารอ

15

เมื่อทำการซ่อมเสร็จสามารถเปิดใบเบิก หรือใบกำกับภาษีค่าอะไหล่หรือค่าแรงได้ ระบบจะบันทึกประวัติการซ่อมไว้ใน Equipment card และทำการปิดใบสั่งซ่อมได้

ระบบจะมีรายงาน call no (ใบสั่งซ่อม) ตามสถานะเปิด หรือปิดแล้ว ใช้เวลานานเท่าไร รายงานใบสั่งซ่อมตามช่างเทคนิค รายงานใบสั่งซ่อมคงค้าง รายงานประวัติการซ่อมตามลูกค้า รายงาน Service Contract เป็นต้น

6.    ระบบผลิต (Production)

SAP Business One รองรับการจัดการระบบผลิตในรูปแบบ Light Manufacturing โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างสูตรการผลิต โดยสามารถสร้างได้หลายระดับตามขั้นตอนการผลิตเช่นสูตรการผลิตสำหรับการผลิตชิ้นส่วน common part หรือ Semi-FG และสูตรการผลิตสำหรับสินค้าสำเร็จรูป (Finish Product) เป็นต้น



สำหรับการระบุรายละเอียดในสูตรการผลิต ส่วนบนเป็นการระบุรหัสสินค้าสำเร็จรูป จำนวนที่ผลิตได้ต่อล็อตหรือ Batch ในส่วนกลางเป็นการระบุส่วนผสมวัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนที่ใช้ จำนวนต่อล็อค และคลังสินค้าที่เบิกของ ระบบยังทำการคำนวณต้นทุนการผลิตต่อชิ้นหรือต่อล็อตให้ด้วย

สำหรับการวางแผนการผลิตของ SAP BusinessOne จะนำความต้องการจากการบันทึกความต้องการในพยากรณ์การผลิต (Forecast)หรือ/ และรวมกับความต้องการในใบสั่งขาย (Sales Order) เพื่อนำมาคำนวณความต้องการวัตถุดิบโดยใช้ Material Requirement Planning (MRP) โดยจะเสนอรายงานการวางแผนการซื้อและผลิต (Recommendation Report) สามารถกดเปลี่ยนความต้องการเป็นใบสั่งซื้อ (Purchase order) และใบสั่งผลิต (Production order) อัตโนมัติตามลำดับ

ระบบสามารถสร้างใบสั่งผลิต (Production order) โดยผู้ใช้เองหรือถูกสร้างโดยระบบ MRPก็ได้ ใบสั่งผลิตจะเก็บบันทึกรายงานวัตถุดิบที่เบิกใช้จริงและต้นทุนวัตถุดิบ (Actual Raw Material Used) บันทึกงานระหว่างทำ (Work In Process) และบันทึกรายงานสินค้าที่ผลิตได้จากใบสั่งผลิตนั้น รวมทั้งจัดทำผลต่างและรายงานจากใบสั่งผลิตแต่ละครั้ง เพื่อการวิเคราะห์ภายหลัง

7.    Software Development Kit (SDK)

เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆของลูกค้าและได้รับประโยชน์สูงสุดในการมีฐานข้อมูลเดียวเพื่อการบริหาร ระบบ SAP Business ได้มีเครื่องมือให้ผู้ใช้หรือผู้พัฒนาระบบสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมได้ ระบบได้มีเครื่องมือช่วยในการสร้างฟิลด์ ตารางเพิ่มเติมโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม รวมทั้งการทำรายงานจากตารางและฟิลด์ดังกล่าวด้วย

เพื่อวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อระบบ SAP BusinessOne กับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือพัฒนาฟังก์ชั่นหรือระบบเพิ่มเติมจากฟังก์ชั่นหลักของ SAP BusinessOne สำหรับผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถพัฒนาเพิ่มเติมบนระบบ SAP BusinessOne โดยใช้ทักษะพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมทั่วไป ไม่ต้องเรียนทักษะการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ ทักษะโปรแกรมที่สามารถพัฒนาบน SAP BusinessOne ได้แก่ Microsoft .NET (C#, ASP.NET, Visual Basic, และอื่น , Microsoft Component Object Model (COM) เช่น C++ และ JAVA Technology โดยการพัฒนาเพิ่มเติมสามารถเป็น

·      Data Interface API เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบอื่นและ SAP BusinessOne แบบ Real Time

·      User Interface API เพื่อสร้างหน้าจอใน SAP BusinessOne เพื่อเพิ่มหน้าจอการในบันทึกข้อมูล

·      DI Server พัฒนาโดย XML Interface on SOAP Standard เพื่อพัฒนา web-based Application และรองรับข้อมูลจำนวนมาก

·      พัฒนาด้วย Java Connector

ทั้งนี้ SAP BusinessOne ได้ให้ความมั่นใจและความสะดวกในการ upgrade ได้ง่าย เพื่อให้สามารถ upgrade ระบบที่พัฒนาเพิ่มเติมให้คู่ไปกับ Version ใหม่ๆของ SAP BusinessOne

8.    ระบบรายงานเพื่อผู้บริหาร (Management Reporting)

SAP Business One ให้ความสำคัญอย่างมากและโดดเด่นเรื่องระบบการออกรายงาน โดยมีเครื่องมือรายงานที่น่าสนใจหลายตัวได้แก่ Print Layout Designer, Crystal Report, Drag-and-related, Query Report, และ XL reporter เป็นต้น

Crystal Report Designer ระบบ SAP Business One มี Crystal Report Designer (แถมอยู่ในระบบ 1 ไลเซนท์เพื่อใช้พัฒนารายงานตามที่ต้องการ โดยสามารถใช้ฟังก์ชั่น Drill down ได้เหมือนฟังก์ชั่นทั่วไปของระบบ

Drill Down Report

เพื่อสามารถดึงรายงานในโจทย์ที่ต้องการดูเฉพาะหน้าได้ เพียงลากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องไปที่หัวข้อในแทป Drag and Related ตัวอย่างเช่น ต้องการดูรายละเอียด Invoice ของผู้ขายเบอร์ V7000 ก็เพียงลากข้อมูลผู้ขายมายังเอกสารที่เกี่ยวข้อง ระบบจะแสดงรายละเอียด AP Invoice ของผู้ขายที่ระบุโดยทันที



18

Query Report

การสร้างรายงานโดย Query Report เป็นการสร้างรายงานโดยผู้ใช้ เพื่อเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูล SQL โดยไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ SQL Script.




ตัวอย่างการเขียน Query Report เพื่อดึงข้อมูลในใบสั่งซื้อ และสร้างเงื่อนไขการเลือกรายงานเป็นวันที่จัดส่ง 19

Bin Locations

สามารถกำหนดพื้นที่ใน คลังสินค้า ตามหน่วยย่อยตาม Bin Locations สามารถเรียกดู รายงาน ว่าสินค้าแต่ละตัว เก็บอยู่ที่ Bin Locations ใด สามารถกำหนดว่าจะจำกัดด้วยปริมาณหรือนํ้าหนัก ยกตัวอย่างเช่น Warehouse FG เราทำการแบ่งย่อย เป็นส่วนย่อยๆเพื่อสะดวกในการใช้งานมาก เช่นการค้นหาสินค้า อีกทั้งเรายังสามารถโดยที่เราสามารถแบ่งเป็นลำดับชั้นย่อยๆได้มากถึง 4 ระดับ


รายละเอียดของ Bin location ในโมดูล inventory เป็นการเก็บรายละเอียดต่างๆของ Bin location ที่เราต้องการเช่น จำนวนสินค้าที่เก็บได้สูงสุด,นํ้าหนักมากที่สุดหรือทั้งจำนวนและนํ้าหนัก อีกทั้งสามารถระบุตามสินค้าหรือBatch ว่าให้เก็บสินค้าหรือBatch เฉพาะสินค้าใดหรือ Batch ใด


Inventory Counting

ระบบสินค้าคงคลังยังรวมถึงการสร้างใบตรวจนับสินค้า การบันทึกยอดต่างของการตรวจนับสินค้าประจำปี และยังมีการตรวจนับแบบ Cycle Count ด้วย เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจนับสินค้าคงเหลือในคลังเก็บสินค้า โดยการเพิ่มรอบและเพิ่มเครื่องมือในการตรวจนับสินค้า


Multiple Units of Measure

ระบบสินค้าคงคลังนี้สามารถกำหนดหน่วยสินค้าได้หลายหน่วยสินค้าและสามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสินค้าคงคลังได้โดยอัตโนมัติ โดยที่สามารถแปลงหน่วยจากหน่วยใหญ่มาเป็นหน่วยเล็ก หรือ หน่วยเล็กมาเป็นหน่วยใหญ่ได้เพื่อสะดวกในการใช้งาน

Marketing Document Cancellation

การยกเลิกเอกสารใน SAP Business One 9.0 เป็นสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานให้ง่ายขึ้น โดยการยกเลิกการชำระเงินและการฝาก ระบบจะทำการสร้างเอกสารยกเลิกและกลับบัญชีให้อัตโนมัติ เพื่อสะดวกในการใช้งาน

การยกเลิกเอกสารเมื่อใดก็ตามที่ ไม่ถูกต้องระบบจะทำการสร้างเอกสาร ยกเลิกขึ้น เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงบัญชีงบการเงินและสินค้าคงคลังในขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องสร้างใบลดหนี้หรือเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อหลายๆใบ


GL Account Determination

เพิ่มประสิทธิภาพ GL Account ที่หลากหลายมีการตั้งค่าความสำคัญ ไม่เพียงแต่สามารถตั้งค่าในพื้นที่ขาย ซื้อ จัดเก็บคลังสินค้า ฯลฯ แต่ยังสามารถตั้งค่า GL Account สำหรับกลุ่มรายการ คลังสินค้า BP ID ภาษี


การวางแผนทรัพยากร (Resources) การสร้างสูตรการผลิต และการวางแผนการผลิต

สามารถช่วยในการวางแผนในการใช้เครื่องจักร แรงงาน หรือทรัพยากรอื่นๆที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการผลิตรวมทั้งเชื่อมโยงไปถึงการใช้สินทรัพย์ถาวรและพนักงาน ช่วยให้ลดต้นทุนคำนวณการใช้เครื่องจักร ระบบจะสามารถคำนวณถึงวัตถุดิบที่ใกล้จะหมดลงและสามารถทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการวางแผนจะคำนวณเข้าเป็นค่าใช้จ่ายของสินค้าสำเร็จรูปได้


SAP Business One ในระบบการสร้างสูตรสินค้าได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานในการปรับแก้ไขในแถวแต่ละสินค้านั้น สามารถเลือก resource เฉพาะสินค้าและใส่ข้อความได้ในเอกสารสูตรในแต่ละแถวนั้น คุณสมบัตินี้จะช่วยทำให้ระบบครอบคลุมกระบวนการสร้างสูตรการผลิตและดูแลสูตรนั้นอย่างสะดวกยิ่งขึ้น



สามารถการวางแผนการผลิตของแต่ละเครื่องจักร หรือแรงงานตามกลุ่มหรือรายตัว และสามารถวางแผนแสดงเวลาว่าและที่ใช้ไป